• Waterjet Applications
  • Waterjet Products
  • Waterjet Resources
  • Flow Water Jet Parts & Service
  • About Flow

งานแสดงสินค้า
เชิญเยี่ยมชมระบบวอเตอร์เจ็ท (Waterjets) ของเราได้ที่ งานแสดงสินค้า ใกล้บ้านท่าน!

หมายเหตุสุดท้าย: หลักเกณฑ์โดยทั่วไป – เคล็ดลับของการตัดระบบแอบราซีฟวอเตอร์เจ็ท

Request Information About Flow Water Jet Technology

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อคุณได้อ่านเคล็ดลับเหล่านี้แล้ว จะทำให้คุณเรียนรู้ขั้นตอนต่าง ๆ ได้ลึกซึ้งเป็นอย่างดี ซึ่งเคล็ดลับบางอย่างก็เข้าใจได้ง่ายชัดเจน ขณะที่บางอย่างต้องได้มาจากประสบการณ์ที่พบเห็นจริง

  1. เมื่อการตัดวัสดุที่มีความหนาน้อยกว่า 0.001 นิ้ว ได้มาด้วยการใช้หัวตัดขนาดกลาง (50 แรงม้า) หรือขนาดใหญ่ (60 to 80 แรงม้า) ให้ลองคิดถึงการผสมผสานตัวแปรหัวตัดที่เล็กลง (25 แรงม้า) และลองใช้หัวตัดแบบหลายหัวเพื่อเพิ่มผลผลิตหากต้องการ

  2. เมื่อทำการตัดวัสดุที่เรียงซ้อนกัน หลีกเลี่ยงการตัดผ่านช่องว่างระหว่างชั้นที่มากกว่า 0.020 นิ้ว แรงดันน้ำจะไปขยายช่องว่างและตัดชั้นวัสดุที่ต่ำลงได้อย่างหยาบ ๆ ในกรณีที่เรียงซ้อนวัสดุ ให้จัดวางแผ่นวัสดุให้เรียงซ้อนกันให้แนบสนิท

  3. สารกัดกร่อนที่มีขนาดเล็กกว่า (120 mesh หรือเล็กกว่านั้น) จะทำให้ความเร็วลดลงเล็กน้อยแต่พื้นผิววัสดุจะเรียบเนียนกว่า (เมื่อเปรียบเทียบกับขนาด 80 หรือ 50 mesh)

  4. ประสิทธิภาพในการผลิตคิดเป็นราคาต่อนิ้ว ไม่ใช่ต่อชั่วโมง มันมีความสำคัญน้อยมากที่คิดว่ามีราคาต่อชั่วโมงเป็นเงินเท่าไหร่ในการใช้งานระบบแอบราซีฟวอเตอร์เจ็ท สิ่งสำคัญก็คือ ท่านผลิตชิ้นส่วนออกมาได้เป็นจำนวนเท่าใดในระยะเวลาทำงานที่ให้ ผู้ใช้บางท่านทำผิดพลาดในการพยายามลดค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการลง โดยการลดอัตราการไหลของสารกัดกร่อน แม้ว่า สารกัดกร่อนที่ใช้คิดเป็น 2/3 ของค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการระบบแอบราซีฟวอเตอร์เจ็ท คุณควรต้องผลิตชิ้นส่วนด้วยความรวดเร็วเพื่อที่จะได้คลอบคลุมค่าใช้จ่ายประจำ (ค่าแรง ค่าสิ่งอำนวนความสะดวกต่ง ๆ ค่าเช่า) ตัดให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยใช้กำลังเครื่องจักรที่มีอยู่และอัตราการไหลของสารกัดกร่อนสูงสุด

  5. หากคุณตั้งใจจะเจาะวัสดุผสมสังเคราะห็ แก้ว และหิน อย่างเป็นประจำปกติ ควรตรวจดูให้แน่ใจว่าระบบการทำงานสามารถลด และเพิ่มแรงดันน้ำโดยตัวควบคุมได้ และคุณควรที่จะทำการตรวจสอบเครื่องช่วยสูญญากาศหรือเทคนิคอื่น ๆ เพื่อปรับปรุงโอกาสที่น่าจะเป็นไปได้ของการเจาะวัสดุที่เปราะบาง และวัสดุอัดแผ่นได้โดยสำเร็จ

  6. ระบบควบคุมที่ได้รับการออกแบบมาพิเศษสำหรับกรรมวิธีการตัดนั้น ๆ มีประสิทธิภาพในการใช้งานที่ดีกว่าและง่ายกว่าระบบควบคุมแบบแบบทั่ว ๆ ไปที่มีหลายขั้นตอน

  7. เครื่องตัดส่วนมากไม่ได้มีอุปกรณ์ในการควบคุมจับวัสดุมาด้วย เช่น ตัวจับเคลื่อนวัสดุ การใช้เครื่องจักรแทนแรงงานคนควรจะนำมาพิจารณาใช้ ก็เฉพาะเมื่อการจัดการวัสดุเป็นส่วนสำคัญของค่าใช้จ่ายในการผลิตชิ้นส่วน ซึ่ง 90% ของเครื่องจักรระบบแอบราซีฟวอเตอร์เจ็ท มีระบบการบรรจุเข้าและออกด้วยมือหรือด้วยปั้นจั่นเหนือศีรษะ แขนปั้นจั่น หรือรถยก ที่ทำงานแบบเรียบง่าย มีประมาณ 50% ของเครื่องจักรระบบวอเตอร์เจ็ทที่ใช้อุปกรณ์ในการควบคุมจับวัสดุ แต่ระบบวอเตอร์เจ็ทเป็นระบบที่ใช้สำหรับการตัดวัสดุที่มีน้ำหนักเบาและบางด้วยความเร็วสูงโดยเฉพาะ ซึ่งหากตัดแผ่นวัสดุทั้งแผ่นนั้นจะค่อนข้างช้า และค่าใช้จ่ายของอุปกรณ์ควบคุมจับวัสดุในการผลิต ก็สูงมากพอที่จะตัดสินใจสำหรับการลงทุนที่เพิ่มขึ้นว่าคุ้มหรือไม่

  8. โดยปกติเราจะใช้น้ำก๊อกในการป้อนเข้าระบวอเตอร์เจ็ท ซึ่ง 90% ของผู้ใช้ระบบวอเตอร์เจ็ทและแอบราซีฟวอเตอร์เจ็ทจะต้องการเพียงแค่น้ำผสมซอฟเทนเนอร์ ก่อนที่จะส่งไปยังเครื่องกรองน้ำเข้าและไปยังตัวเพิ่มแรงดันต่อไป น้ำระบบรีเวิร์สออสโมซิส (RO) และระบบ ดี-ไออ็อนไนเซอร์ (De-I) มักจะทำให้น้ำบริสุทธิ์มากจนกระทั่ง “ขาดธาตุไอออน” น้ำดังกล่าวนี้จะทดแทนการสูญเสียธาตุไอออนไป โดยการดึงเอาธาตุไอออนจากวัตถุที่อยู่รอบ ๆ เช่นโลหะในเครื่องสูบน้ำและระบบท่อแรงดันสูง ซึ่งน้ำจากระบบ RO และ De-I สามารถยืดอายุการใช้งานของปลายกระบอกฉีดได้เป็นอย่างดี แต่ในขณะเดียวกันก็มีคุณสมบัติในการทำลายตัวเพิ่มแรงดันและระบบท่ออย่างร้ายแรงด้วย ซึ่งจริง ๆ แล้วปลายกระบอกฉีดไม่ได้มีราคาแพง ความเสียหายต่อกระบอกสูบแรงดันสูง ลิ้นเปิดปิด และปลอกครอบปลาย มีความสำคัญมากกว่าการปรับปรุงอายุการใช้งานของปลายกระบอกฉีดเสียอีก

  9. การตัดใต้น้ำช่วยลดคราบสีขาวบนพื้นผิว หรือ “รอยเงา” ที่พบบนขอบด้านบนของการตัดด้วยระบบแอบราซีฟวอเตอร์เจ็ท การตัดใต้น้ำยังช่วยลดเสียงดังจากหัวฉีดน้ำและคราบสกปรกในที่ทำงานด้วย ข้อเสียเดียวก็คือผู้ปฏิบัติงานไม่สามารถมองเห็นหัวฉีดน้ำได้ชัดเจนระหว่างการตัด หากว่าผู้ปฏิบัติงานไม่อยากทำการตัดใต้น้ำ ให้ลองหันมาใช้จอภาพแสดงผลการทำงานแบบอิเล็กทรอนิค จอภาพนี้จะช่วยป้องการการบิดเบี้ยวจากประสิทธิภาพในการตัดสูงสุด และหยุดการทำงานเครื่องจักรก่อนที่จะเกิดความเสียหายกับชิ้นส่วน

  10. หากคุณวางแผนที่จะใช้ขนาดสารกัดกร่อนที่แตกต่างกันในงานตัดที่ต่างกัน ให้ลองหันมาติดตั้งแท๊งค์ส่งผ่าน (bulk transfer) ขนาดเล็ก(100 ปอนด์) หรือขนาดใหญ่ (500 ถึง 2,000 ปอนด์) ซึ่งหากปราศจากแท๊งค์ส่งผ่านสำหรับขนาดสารกัดกร่อนแต่ละอันที่คุณใช้งานอยู่เป็นปกติประจำแล้ว อาจทำให้เกิดช่วงเวลาที่เครื่องเกิดขัดข้องและเกิดเสียงรบกวนตลอดการผลิตได้

  11. การทำแถบเครื่องหมายจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดวัสดุที่หนาน้อยว่า 0.3 นิ้ว ให้แม่นยำได้ แต่แม้ว่าแถบเครื่องหมายนั้นจะเป็นเครื่องรับประกันว่าตัดได้ดี แต่คุณก็จำเป็นต้องเพิ่มการทำงานในการขัดเอาแถบนั้นให้หมดไป แต่การปฎิบัติขั้นตอนนี้ทำให้การจัดการกับวัสดุทำได้เร็วขึ้น เพียงแค่เอาแผ่นตัดออกในขณะที่ชิ้นส่วนงานตัดอื่นยังคงยึดติดอยู่ ยิ่งวัสดุมีความหนามากเท่าใด แถบเครื่องหมายก็ควรจะยิ่งเล็กมากเท่านั้น ปรึกษากับผู้ผลิตถึงข้อแนะนำโดยละเอียด

ก่อนหน้า | ต่อไป

Flow International Corporation หน้าแรก | ประโยชน์ในการใช้งาน | ผลิตภัณฑ์ | อะไหล่ & การบริการ | แหล่งข้อมูล | เกี่ยวกับบริษัท | ติดต่อเรา
© ข้อความทั้งหมดภายในเวปไซด์นี้ สงวนลิขสิทธิ์โดยบริษัท โฟล เอเชีย คอร์ปปอเรชั่น ในปี 2007 | นโยบายส่วนบุคคล | แผนผังเวปไซด์