คำถามที่มักพบบ่อย
เพราะเหตุใดจึงควรใช้การตัดระบบวอเตอร์เจ็ทแทนการใช้เลเซอร์?
การตัดด้วยเลเซอร์เป็นกรรมวิธีการตัดที่มีประสิทธิ์มาก และมีข้อดีเฉพาะตัว อย่างไรก็ดี ระบบวอเตอร์เจ็ทก็มีข้อได้เปรียบเหนือ การใช้เลเซอร์ดังต่อไปนี้:
- ไม่มีข้อจำกัดความหนาของวัสดุที่ตัด
- ไม่เกิดปัญหาในการตัดวัสดุที่เป็นเงาสะท้อน เช่น ทองเหลืองและอลูมิเนียม
- ไม่ก่อเกิดกำลังความร้อน จึงไม่ทำให้เกิดการเผาไหม้หรือบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากความร้อน (Heat-affected zone (HAZ))
- ระบบวอเตอร์เจ็ทสามารถตัดวัสดุที่ไวต่อความร้อนเช่น พลาสติก ยางหรือวัสดุผสม หรือแม้แต่วัสดุจำพวก แก้ว หิน และเซรามิคชนิดที่แข็งมาก ๆ
- สิ่งเดียวที่ต้องกระทำเมื่อมีการเปลี่ยนชนิดของวัสดุก็คือ ปรับความเร็วในการตัด ไม่มีความจำเป็นที่ต้องเปลียนสิ่งอื่นใดไม่ว่าจะเป็นแก๊ส หรือ หัวอ่าน
- สามารถเพิ่มหัวตัดหลาย ๆ ตัวได้อย่างง่ายดายเมื่อต้องการเพิ่มการผลิต
- การดูแลรักษาอุปกรณ์เลเซอร์ต้องอาศัยความชำนาญเป็นพิเศษและใช้งานได้ยาก
- การตั้งระยะห่างระหว่างปลายกระบอกฉีดและวัสดุทีุ่ไม่้มีผลกระทบมากต่อการตัด
- ระบบวอเตอร์เจ็ทใช้เงินลงทุนน้อยกว่าเลเซอร์
..... แทนการใช้ wire EDM?
EDM เป็นวิธีการตัดที่มีความแม่นยำสูงแต่ทำงานช้า และยังจำเป็นต้องใช้กับวัสดุที่เป็นสื่อนำกระแสไฟฟ้า อีกทั้งยังก่อให้เกิดบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากความร้อนบนชิ้นงาน ในการนำไปใช้งานหลาย ๆ รูปแบบ เทคโนโลยีระบบไดนามิควอเตอร์เจ็ทนับได้ว่าสามารถผลิตชิ้นส่วนได้แม่นยำพอ ๆ กับ EDM แต่ใช้เวลาและค่าใช้จ่ายน้อยกว่ามาก
..... แทนการใช้วิธีเจาะร่อง (milling)?
หากคุณกำลังตัดตามแนวเส้นรอบนอกและรู มากกว่าการตัดรูตัน หลุม และเส้นเกลียว ระบบแอบราซีฟวอเตอร์เจ็ท สามารถทำงานได้เร็วกว่า ง่ายต่อการป้อนคำสั่งการทำงาน และราคาถูกกว่าวิธีการเจาะร่อง เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่าเราสามารถตัดตามแนวเส้นครั้งเดียวได้เลย โดยที่ไม่จำเป็นต้องลดขนาดของโลหะ ให้เท่าขนาดของแบบเจาะ อีกทั้งเศษวัสดุในรูปตัดมีมูลค่ามากกว่าพิมพ์แบบเจาะหากต้องเกิดการสูญเสีย
..... แทนการใช้วิธีเจาะแบบพลาสมา หรือ Oxy fuel?
เห็นได้ชัดว่าพลาสมาเป็นวิธีการใช้ความร้อนสูง มันเพิ่มความร้อนให้กับชิ้นส่วนที่ตัดในปริมาณที่สูง และก่อให้เกิดผลกระทบจากความร้อนบนชิ้นงาน พิ้นผิวชิ้นงานที่ใช้กรรมวิธีระบบแอบราซีฟวอเตอร์เจ็ทย่อมต้องดีกว่า เพราะไม่ทิ้งเศษผงโลหะตรงบริเวณด้านหลังของชิ้นงาน ซึ่งช่วยลดขั้นตอนในการตกแต่งชิ้นงาน ระบบแอบราซีฟวอเตอร์เจ็ทยังไม่มีข้อจำกัดเรื่องความหนาของวัสดุและสามารถซ้อนกันได้สนิทมากกว่าอีกด้วย
เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนจากการตัดระบบวอเตอร์เจ็ทคาดว่าจะมีเท่าไร?
มากกว่า 80% ของผู้ที่ใช้ระบบแอบราซีฟวอเตอร์เจ็ททั่วโลกตัดชิ้นส่วนได้แม่นยำถึง ±0.003 นิ้ว หรือน้อยกว่านั้น อย่างไรก็ดี ยังมีอัตราจำนวนผู้ใช้ที่ตัดชิ้นส่วนโดยมีเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนมากถึง ±0.001 และแม้แต่ ±0.0005 นิ้ว ความแม่นยำที่ได้ขึ้นอยู่กับว่าท่านใช้เทคโนโลยีไดนามิควอเตอร์เจ็ทหรือไม่ และขึ้นอยู่กับความแม่นยำของเครื่องจักร ขนาดชิ้นส่วน และความหนาของชิ้นส่วน
ควรทำการตัดใต้น้ำหรือไม่?
การตัดใต้น้ำมีข้อดีหลายอย่าง ประการแรก ช่วยลดเสียงดังที่เกิดจากกระบวนการตัดให้ต่ำกว่า 75 เดซิเบล ประการที่สอง การตัดใต้นำช่วยขจัดคราบสีขาวที่จะเกิดขึ้นอยู่ด้านบนพื้นผิววัสดุขนาดไม่เกิน 1/16นิ้ว ของหัวท่อ (หากวัสดุสามารถตัดได้ด้วยแรงดันต่ำและท่อผสมก็สามารถช่วยลดคราบได้)
ข้อเสียของการตัดใต้น้ำก็คือ ไม่สามารถมองเห็นกระบวนการตัดทั้งหมดได้ อีกทั้งยังยากต่อการยึดวัสดุไว้ใต้น้ำ เว้นเสียแต่ว่าคุณมีตัวควบคุมระดับน้ำ
สามารถตัดวัสดุได้หนาเพียงใด?
ตามระบบมาตรฐานการผลิตสามารถตัดได้ทั้งเหล็กและไทเทเนียมที่มีความหนาถึง 8 นิ้ว เคยมีผู้นำไปใช้ในงานตัดที่มีความหนาถึง 12 นิ้ว และแม้แต่ 15 นิ้ว มาแล้ว อย่างไรก็ดี ผู้ใช้งานส่วนมากนำไปใช้ตัดวัสุที่มีความหนาตั้งแต่ 1/4 ถึง 2 นิ้ว
ใช้สารกัดกร่อนประเภทใด?
วัสดุที่ใช้เป็นสารกัดกร่อนมากที่สุดคือแร่ธาตุโกเมน ซึ่งผู้ใช้ส่วนใหญ่พบว่าโกเมนเป็นแร่ธาตุที่ดีที่สุด เมื่อพิจารณาในแง่ของค่าใช้จ่าย ความเร็วในการตัด อายุการใช้งานของท่อผสม และความปลอดภัยต่อสุขภาพ แร่ธาตุอื่น ๆ ที่นำมาใช้เป็นสารกัดกร่อนได้แก่ ทรายจากหินภูเขาไฟ อลูนินัมอ๊อกไซด์ และวัสดุสังเคราะห์บางประเภท
ใช้แรงดันเท่าใดในการตัดวัสดุ?
แรงดันเครื่องสูบน้ำเพิ่มแรงดันสูงสุดที่ 60,000 psi เป็นที่พิสูจน์แล้วว่างานตัดที่เร็วที่สุดและได้ประสิทธิภาพที่สุดอยู่ที่การใช้แรงดันสูงสุด จรงิอยู่ที่ว่าการใช้แรงดันที่สูงกว่าสามารถส่งผลให้ต้องดูแลรักษาแผ่นรองผนึกเครื่องสูบน้ำเพิ่มแรงดันเพิ่มขึ้นอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ดี ด้วยอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี การที่ต้องเสียค่าดูแลรักษาเพิ่มขึ้นนี้ถูกชดเชยได้จากความเร็วในการตัดที่เพิ่มมากขึ้นด้วย จำไว้ว่า ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับระบบแอบราซีฟวอเตอร์เจ็ทที่มากที่สุดก็คือแรงงานคน สารกัดกร่อน และค่าเสื่อมราคา ไม่ใช่ตัวแผ่นรองผนึกเครื่องสูบน้ำ
รอยจากการตัดมีความหนาเพียงใด?
รอยจาการตัดมีขนาดใหญ่กว่าเส้นผ่าศูนย์กลางท่อผสมประมาณ 10% ดังนั้น สำหรับท่อผสมขนาด 0.030 นิ้ว รอยจากการตัดก็จะมีขนาด 0.033 นิ้วนั่นเอง แน่นอนว่ารอยจากการตัดจะเพิ่มขึ้น เมื่อท่อผสมมีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งท่อจะโตขึ้นประมาณ 0.001 นิ้ว ทุก 8 ชั่วโมงที่เครื่องยนต์ทำงาน
ค่าความเรียวสอบจะเป็นเท่าใดWhat taper can I expect?
ด้วยระบบไดนามิคไดนามิควอเตอร์เจ็ท ท่านจะไม่ต้องเผชิญกับความเรียวสอบใด ๆ เลย แต่ในกรณีที่การตัดด้วยวระบบวอเตอร์เจ็ทรุ่นเดิม ท่านจะพบว่า ความเรียวสอบเป็นส่วนหนึ่งที่เกิดจากความเร็วในการตัด อย่างไรก็ตาม ค่าความเรียวสอบที่ร้ายแรงที่สุด จะเท่ากับความกว้างด้านบนของรอยจากการตัดสูงสุด (เช่น 0.035 นิ้ว) และด้านล่างที่ 0.000 นิ้ว ขณะที่ท่านลดความเร็วการตัดลง ความเรียวสอบก็จะลดลงจนได้ด้านขนาน ความเรียวสอบส่วนใหญ่ที่พบในงานตัดที่ประณีตจะอยู่ที่0.002 ถึง 0.004นิ้ว ด้านข้าง
ต้องใช้น้ำประมาณเท่าใดในการตัดที่แรงดัน 55,000 psii?
0.5 แกลลอนต่อนาที สำหรับทุก ๆ ปากท่อขนาด 0.010 นิ้ว
0.82 แกลลอนต่อนาที สำหรับทุก ๆ ปากท่อขนาด 0.013 นิ้ว
1.24 แกลลอนต่อนาที สำหรับทุก ๆ ปากท่อขนาด 0.016 นิ้ว
การดูแลรักษาเครื่องสูบน้ำต้องทำทุกระยะเวลาเท่าไร?
คาดว่าต้องผ่านการทำงานของเครื่องสูบไปแล้วประมาณ 400 ถึง 1,200 ชั่วโมง จึงจะต้องเปลี่ยนแผ่นรองผนึกแรงดันสูงของเครื่องสูบน้ำเพิ่มแรงดันขนาด 60,000 psi และ 200 ถึง 600 ชั่วโมง สำหรับเครื่องสูบน้ำขับเคลื่อนตรงรุ่นไฮเพล็กซ์
อะไรเป็นเหตุให้เครื่องยนต์หยุดทำงาน?
ในระบบวอเตอร์เจ็ทส่วนมาก หากน้ำในถังดักสูงถึง 36 นิ้ว จะทำให้เครื่องยนต์หยุดทำงาน
แผ่นรองรับวัสดุมีอายุใช้งานนานเท่าใด?
คุณคาดหวังได้เลยว่าแผ่นรองรับวัสดุสามารถใช้ได้ยาวนานนับหลายร้อยชั่วโมงทำงานจึงจะต้องเปลี่ยน ตราบใดที่คุณไม่ได้ตัดวัสดุแบบเดียวกันในตำแหน่งรองตัดที่เดียวกันเป็นพัน ๆ ครั้ง ไม้ระแนงและตะแกรงสามารถเคลื่อนที่สลับตำแหน่งและพลิกด้านได้ เช่นเดียวกับการตัดด้วยวิธีพลาสมาและเลเซอร์ ด้วยวิธีนี้ จะทำให้อายุการใช้งานของแผ่นรองยาวนานขึ้น
ท่อผสมมีอายุการใช้งานนานเท่าใด?
ท่อผสมแบบเซรามิคคาร์ไบด์ที่มีคุณภาพสูงจะมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าท่อผสมทั่ว ๆ ไปถึง 30% ท่อผสมจำพวกนี้สามารถใช้งานได้นาน 150 ชั่วโมงตัดสำหรับเส้นผ่าศูนย์กลางที่ใหญ่ขึ้น 0.020นิ้ว ผู้ใช้หลายท่านเก็บรักษาท่อผสมไว้ใช้งานได้ยาวนานและใช้ตัดชิ้นส่วนทีีรับเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนได้มากกว่า
ต้องใช้สารกัดกร่อนปริมาณเท่าใด?
สำหรับการตัดที่ได้ประสิทธิภาพที่สุด หัวตัดที่ใช้กับเครื่องสูบน้ำเพิ่มแรงดันขนาด 60,000 psi ใช้สารกัดกร่อนในปริมาณดังต่อไปนี้:
- 0.010/0.030 0.9 ปอนด์/นาที
- 0.014/0.040 1.4 ปอนด์/นาที
- 0.018/0.050 2.5 ปอนด์/นาที
จำเป็นต้องเจาะรูนำร่องก่อนการตัดจริงหรือไม่?
ระบบวอเตอร์เจ็ทสามารถเจาะรูเริ่มต้นได้ด้วยตัวมันเอง ซึ่งในการตัดวัสดุเกือบทุกชนิด ไม่มีความจำเป็นต้องมีขั้นตอนพิเศษใด ๆ เลย แ่ต่สำหรับวัสดุผสมและวัสดุที่เปราะบาง จำเป็นจะต้องมีการลดแรงดันเครื่องสูบน้ำ และ/หรือใช้เครื่องช่วยสูญญากาศในการช่วยเจาะ
ได้ยินมาว่าระบบวอเตอร์เจ็ทเป็นระบบที่ยากต่อการป้อนโปรแกรม.....
การป้อนโปรแกรมการใช้งานระบบวอเตอร์เจ็ทด้วยอุปกรณ์มาตรฐาน CNC ไม่ได้ยากไปกว่าการตัดโดยกรรมวิธีอื่นแต่อย่างใดเลย การนำซอฟต์แวร์มาตรฐาน CAM มาแปลงไฟล์ DXF ให้เป็นโปรแกรมการตัดนั้นทำได้ง่าย และรวดเร็ว เพียงแค่ต้องปรับเปลี่ยนความเร็วเพื่อใช้กับวัสดุแต่ละชนิดเท่านั้น การใช้ซอฟต์แวร์ควบคุมที่ทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์พีซี อย่างเช่น โปรแกรมโฟลมาสเตอร์ ในการป้อนโปรแกรมการใช้งานสำหรับระบบแอบราซีฟวอเตอร์เจ็ทนั้น ทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่าัขั้นตอนอื่น ๆ ขั้นตอนงานเบ็ดเตล็ดอื่น ๆ ก็หมดไป นั่นหมายความว่า งานถูกออกคำสั่งและตัดได้แม่นยำและรวดเร็ว
จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ช่วยยึดอื่นใดหรือไม่?
เนื่องจากแรงที่ออกมาบนชิ้นงานนั้นเล็กมาก (ต่ำกว่า 1 ปอนด์ สำหรับงานตัดที่ประณีต และ 5 ปอนด์ สำหรับงานตัดทั่วไป) จึงไม่จำเป็นต้องติดอุปกรณ์ช่วยยึดขนาดใหญ่ และแน่นหนาใด ๆ ลูกค้าหลายรายใช้เพียงแค่ตัวถ่วงน้ำหนักธรรมดาในการยึดชิ้นส่วนให้อยู่กับที่
ค่าบริการสำหรับระบบวอเตอร์เจ็ทคิดเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่?
โรงงานระบบแอบราซีฟวอเตอร์เจ็ทโดยทั่วไปคิดค่าบริการ 120 ถึง 250 เหรียญ (USD) ต่อชั่วโมง
ค่าใช้จ่ายในการใช้กระบวนการระบบวอเตอร์เจ็ทคิดเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่?
อัตราค่าใช้จ่ายต่อชั่วโมงอยู่ที่ประมาณ 19 เหรียญ ต่อชั่วโมง สำหรับหัวตัดขนาดเล็ก (0.010/0.030) และ 35 เหรียญ ต่อชั่วโมงสำหรับหัวตัดขนาดใหญ่ (0.016/0.040) ทั้งนี้ได้รวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆในการใช้เครื่องจักร แต่ไม่รวมค่าแรง ค่าเช่าและค่าเสื่อมราคา
ราคาของสารกัดกร่อนอยู่ที่เท่าไหร่?
ราคาของสารกัดกร่อนอยู่ที่ระหว่าง 0.16 ถึง 0.40 เหรียญต่อปอนด์ ขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณที่ต้องการซื้อ
จะเกิดอะไรขึ้นหากนิ้วมือติดอยู่ในเครื่อง?
นิ้วจะถูกตัดขาด อย่างไรก็ดี ทางบริษัทตระหนักดีถึงความรับผิดชอบและเข้ามามีบทบาทเพื่อป้องกันเหตุการณ์อันไม่พึงประสงค์ในด้านความปลอดภัยของการใช้อุปกรณ์ ซึ่งผลที่ได้ก็คือ ผู้ใช้ระบบแอบราซีฟวอเตอร์เจ็ทนั้นมีสถิติความปลอดภัยที่ดีกว่าผู้ใช้เครื่องจักรอื่น ๆ
เสียงของเครื่องจักรดังเพียงใด?
เสียงที่เกิดจากวอเตอร์เจ็ทขึ้นอยู่กับระยะทางที่หัวท่อฉีดที่ทำงานเร็วกว่าเสียงดังขึ้นในที่โล่ง หากท่านทำการตัดใต้น้ำ ระดับเสียงจะอยู่ต่ำกว่า 75 เดซิเบล และหากท่านทำการตัดเหนือน้ำ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีระยะห่างระหว่างท่อผสมและชิ้นงานมาก เสียงก็จะดังขึ้นสูงได้ถึง 95 เดซิเบล กรณีดังกล่าวนี้ ลูกค้าส่วนมากจะปิดล้อมพื้นที่บริเวณที่ปฏิบัติงาน
มีวิธีกำจัดน้ำ/ธาตุโกเมนอย่างไร?
ทั้งน้ำและโกเมนไม่มีสารพิษปนเปื้อนหรือเป็นอันตรายไม่ว่าจะในทางใดก็ตาม เมื่อน้ำถูกกรองเอาความขุ่นออกอย่างพอเหมาะแล้ว สามารถใส่ลงไปในท่อระบายได้ ส่วนเศษของโกเมนโดยปกติแล้ว สามารถทิ้งลงในระบบกำจัดขยะได้เลย แต่แน่นอนว่าหากวัสดุที่ท่านกำลังตัดเป็นพิษหรือเป็นอันตรายใด ๆ ของเสียที่เกิดขึ้นก็อาจเป็นอันตรายได้
กรุณาตรวจดูข้อบังคับเฉพาะที่อุปกรณ์เครื่องใช้ของท่าน
น้ำที่ใช้เป็นน้ำบริสุทธิ์หรือไม่?
น้ำที่ใช้เป็นน้ำสะอาด ลูกค้าของเราส่วนใหญ่ใช้น้ำก๊อกผสมซอฟเทนเนอร์ ควรจัดหาตลับเครื่องกรองให้กับเครื่องสูบน้ำเพิ่มแรงดันเพื่อทำความสะอาดน้ำให้ได้ 0.5 ไมครอน ไม่แนะนำให้ใช้ระบบ รีเวิร์ส ออสโมสิส หรือดี-ไออ็อนไนซท์ เพราะระบบดังกล่าวสามารถทำให้น้ำสะอาดเกินความจำเป็น ซึ่งจะทำให้น้ำกระด้างและเป็นอันตรายต่อเครื่องสูบน้ำ
มีการนำน้ำกลับมาใช้อีกหรือไม่?
สามารถจัดหาระบบรีไซเคิลแบบพื้นที่ปิดให้ได้ อย่างไรก็ดี เนื่องจากระบบวอเตอร์เจ็ทใช้น้ำในปริมาณน้อย จึงไม่เป็นการช่วยประหยัดสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่เท่าใดนัก
|